(comments: 0)

https://pixabay.com/de/familie-paragraf-gesetz-recht-960455/

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว ตอนที่ 6 “มีลูกมากจะยุ่งยากจริงหรือ”

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัวในนิตยสารดีฉบับนี้ ผมจะกล่าวถึงสิทธิและหน้าที่หลักของบิดามารดาและบุตร เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคุณแม่คุณพ่อ ที่อาจนำไปปรับใช้ประโยชน์ในการอบรมเลี้ยงดูบุตรของตนในต่างแดนนี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พศ. 25541 ให้ความหมายของ "ครอบครัว" ไว้ว่า คือ สถาบันพื้นฐานของสังคมที่ประกอบด้วยสามีภรรยาและหมายความรวมถึงลูกด้วย ด้วยเหตุนี้ หากครอบครัวใดมีลูกก็จะมีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างกันเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการเป็นคู่สามีภรรยาหรือคู่ชีวิตแล้ว คือเป็นพ่อและแม่ของบุตรโดยชอบด้วยกฏหมาย ซึ่งเช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่ เด็กก็มีสิทธิและหน้าที่อันพึงมี สิทธิดังกล่าวคือ สิทธิที่จะได้รับความรัก ความดูแลเอาใจใส่ อบรบสั่งสอนจริยธรรมจากพ่อแม่ เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตต่อไป และเนื่องจากเด็กก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ในแต่ละประเทศจึงมีกฎหมายบัญญัติกำหนดหน้าที่ของผู้ปกครองและบุคคลผู้เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติต่อเด็กตามความหมาะสมและเพื่อคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ ของเด็ก

1 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พศ. 2554 http://www.royin.go.th/dictionary/ (ข้อมูล 01.12.2018)

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

“ให้มรดก & รับมรดก” ภาค 2 Erben & Vererben กฎหมายมรดกของเยอรมัน

การจัดการและครอบครองทรัพย์สินของคู่สมรสในเยอรมนี มีอยู่ 3 ลักษณะ 1) Zugewinngemeinschaft หรือ อาจแปลได้ว่า ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินส่วนตัวร่วมกัน 2) Gütertrennung หรือ การแยกกันจัดการและครอบครองทรัพย์สิน และ 3) Gütergemeinschaft การจัดการและครอบครองทรัพย์สินร่วมกัน การจัดการและครอบครองทรัพย์สินแบบที่ 1) ป็นรูปแบบที่เรียกอย่างหนึ่งว่า gesetzlicher Güterstand คือการจัดการครอบครองทรัพย์สินตามกฎหมายที่ใช้กันทั่วไปหากไม่มีการทำสัญญาคู่สมรส (Ehevertrag) ที่คู่สมรสตกลงยกเลิกรูปแบบนี้เพื่อไปเลือกใช้รูปแบบอื่นแทน สำหรับรูปแบบที่ 2) และ 3) เป็นรูปแบบที่คู่สมรสสามารถตกลงเลือกใช้ได้ แต่ต้องทำเป็นสัญญาคู่สมรส และสิ่งหนึ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ การใช้รูปแบบการจัดการและครอบครองทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด จะมีผลต่อสัดส่วนในมรดกที่จะได้รับ

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

“AHA – AHA - AHA”

AHA” ออกเสียง “อะฮ่า” พี่ต้อมคิดว่า หลายคนเคยเปล่งคำนี้ออกมาอย่างแน่นอน และมักจะเปล่ง “AHA” ในขณะที่เรามีความคิดแบบ “ปิ๊งแว้ป” อาการนี้เกิดขึ้นเมื่อเรากดสลับสวิทซ์จากการใช้วงจรสมองส่วนคิดเอาเรื่อง (สาระ) ไปสู่วงจรสมองส่วนคิดเอาเล่น (ไร้สาระ) และการคิดเอาเล่นนี้เอง ทำให้เกิดการคิดอย่างสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่าง ปิ๊งแว้ป” เลยค่ะ

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

มาตั้งชื่องานให้ตรงกับกิจกรรมกันเถอะ

ช่วงเดือนสองเดือนมานี้ผู้เขียนเห็นข่าวประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีเข้าร่วมงานต่าง ๆ อยู่เสมอ มีทั้งเชิญชวนให้ไปเข้าร่วม “อบรม” “สัมมนา” “ฟังบรรยาย” จนไปถึง “สัมมนาเชิงปฏิบัติฝึกอบรม” (งานสุดท้ายนี้เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก) ผู้เขียนคิดว่าช่วงเวลานี้หลายคนคงไม่มีเวลาว่างเป็นแน่เพราะบางคนต้องเข้าร่วมงานโดยเป็นทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้เขียนเห็นว่าปัจจุบันนี้เราจัดงานโดยตั้งชื่อกิจกรรมที่ค่อนข้างหลากหลายมากกว่าสมัยก่อนมากจนบางครั้งก็นึกสงสัยว่าผู้จัดตั้งชื่องานตามลักษณะกิจกรรมหรือตั้งชื่อ “ตาม ๆ กันไป” เนื่องจากผู้เขียนเคยสมัครเข้าร่วม “การอบรมเชิงปฏิบัติการ” แต่กลับพบว่าต้องไปนั่งฟังสัมมนาเท่านั้นไม่ได้มีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ “ปฏิบัติ” เลย แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าชื่องานที่จะจัดหรืองานที่เราสนใจสมัครเข้าร่วมนั้นมีลักษณะกิจกรรมเป็นอย่างไรกันแน่

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

ชีวิต กับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

โอย...พอทีมงานดีมาก ให้ตีมของฉบับธันวาคมนี้ ว่า D-Kreativ ฉันละค่อนข้างจะมึน เพราะคิดเสมอว่า เราเป็นคนไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คิดยังไงให้สร้างสรรค์ มันยากจริง ยากจัง คิดแล้ว คิดอีก หาอ่านจากหลายสำนักว่า อย่างเรา จะเขียนเรื่องอะไรดีให้สร้างสรรค์ ลงทุนไปยืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่าน ตั้งหลายเล่ม หาไปหามา อ่านไปอ่านมา ก็พอจะคิดได้ว่า จริง ๆ แล้ว ที่ผ่านมาเราก็ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่สร้างสรรค์อยู่นะ คือ จากที่ไม่เคยมี ก็สร้างให้มี ให้เป็นขึ้นมา ตั้งหลายสิ่ง หลายอย่างในชีวิต และชีวิตแต่ก่อนนี้เป็นอย่างไร เราถึงต้องการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้ชีวิตนี้ นั่นสิ

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

เลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของตนเอง

ฉบับนี้นิตยสารดีตั้งชื่อว่า Creative โยทะกาก็เลยต้องคิดหาเรื่องที่ (คิดว่า) มันสร้างสรรค์มาเขียน ที่นึกได้คือ เลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์ แต่ควรเลี้ยงอย่างไรล่ะจึงจะเรียกว่าสร้างสรรค์ ลองไปถามความคิดเห็นของพ่อ-ลูกว่า คำว่า เลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์คือเลี้ยงอย่างไร? คนพ่อเขาว่า “ง่ายมาก..สอนลูกให้ดื่มเบียร์ไง ลูกจะได้ดื่มเป็น ไม่โดนเพื่อนมอมเบียร์” ส่วนคนลูกบอกว่า “ให้ลูกใช้ไอแพดแบบ non-stopไงแม่..ลูกชอบแน่นอน” สรุปว่าไม่ควรไปถามทั้งพ่อและลูก เพราะมีความคิดสร้างสรรค์มากเกินพอด้วยกันทั้งคู่

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

ท่าบริหารแก้ปวดหลัง

ท่าบริหารแก้ปวดหลัง
“การโหนบาร์และงอเข่าโดยมีที่พยุงเท้า และเท้าสัมผัสพื้นจะช่วยยืดหลังที่คดและโค้งให้เหยียดตรงขึ้นได้ แต่ถ้าโหนบาร์แบบเท้าลอยพื้นอาจจะหนักเกินไปในช่วงเริ่มต้น”

สำหรับคนที่นั่งทำงานอยู่ในท่าเดียวตลอดโดยไม่ขยับตัวหรือขับรถนานอาจมีอาการปวดหลังจนทุกข์ทรมาน ครั้นจะกินยาแก้ปวดหรือยาคลายเส้นบ่อยๆ อาจทำให้กระเพาะเป็นแผล และหากร้ายแรงอาจทำร้ายไตถึงขั้นฟอกไต ในฉบับนี้เราจึงมีท่าบริหารยืดหลังจาก นพ. กรกฏ พานิช ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์การกีฬา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ม. มหิดล มาฝากคุณผู้อ่านค่ะ

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

จริงหรือ ปวดเข่าเพราะข้อเสื่อม

“ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันทำให้คนสบาย ไม่ได้ใช้กำลังกล้ามเนื้อมากนัก ส่งผลให้กล้ามเนื้อและหลอดเลือดหดตัว มีอาการปวดเมื่อยหรือปวดเข่าเมื่อต้องเดินไกล”

                สมัยก่อนคนที่มีอาการปวดเข่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันพบว่าคนอายุยังไม่มากก็มีปัญหาปวดเข่าเช่นกัน ปัญหานี้ นพ. กรกฏ พานิช ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์การกีฬา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดเข่าของคนยุคไฮเทคฯ ดังนี้ค่ะ

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

“แนวทางการเลี้ยงลูกแบบคนเยอรมัน”

ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงในเรื่องคุณภาพของคนทั้งเรื่องวินัยและประสิทธิภาพในการทำงานจากตัวเลขทางสถิติต่าง ๆ เราจะเห็นได้ว่าระยะเวลาในการเรียนของเด็กเยอรมันนั้นถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แต่ผลสอบและเกรดเฉลี่ยนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง พ่อบ้านเยอรมันจึงได้ค้นหาข้อมูลว่าที่จริงแล้วผู้ปกครองชาวเยอรมันมีวิธีการในการเลี้ยงลูกแตกต่างกับประเทศอื่นอย่างไร และสิ่งที่ได้พบนั้นนับว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เราไปดูกันเลยครับ

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

ว่าด้วยเรื่องความฟุ่มเฟือยในการใช้ภาษา

ทุกเช้าวันทำงานผู้เขียนมักจะเปิดโทรทัศน์เพื่อฟังข่าวสารระหว่างที่กำลังแต่งตัวไปทำงาน รายการข่าวในเมืองไทยนั้นมีลักษณะคล้าย ๆ กันก็คือผู้รายงานข่าวจะเป็นคนเล่าข่าว(ผู้เขียนขอใช้คำว่า “เล่าข่าว” เพราะปัจจุบันผู้ประกาศข่าวเน้นการเล่าเรื่องต่างกับในอดีตที่เน้นการอ่านตามบท)น้ำเสียง ลีลาการเล่าเรื่องและการเติมข้อความเข้าไปในขณะที่เล่าข่าวนั้นทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมาเล่าเหตุการณ์จริงให้ฟัง โดยมุ่งหวังให้ผู้ฟังเห็นภาพและมีอารมณ์ร่วมตามถ้อยคำและน้ำเสียงของผู้เล่าได้มากกว่าการรายงานข่าวในอดีต แต่การรายงานข่าวลักษณะนี้ผู้รายงานมักจะพูดเติมคำหรือกลุ่มคำที่ฟุ่มเฟือยเข้าไปมาก จนหลายครั้งผู้เขียนก็รู้สึกนึกรำคาญอยู่เหมือนกัน

ดูเพิ่มเติม