พม. กับ คนไทยในต่างประเทศ

(comments: 0)

โดย พัทยา เรือนแก้ว

 

พม. โดยรวม ตามความเข้าใจของคนไทยส่วนใหญ่แล้วมักจะหมายถึง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่หากเป็นภายในกระทรวงฯแล้ว พม.จะหมายถึง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งตามภาระหน้าที่แล้วน่าที่จะรับผิดชอบดูแลคนไทยในประเทศไทยเป็นหลัก แต่ด้วยแนวคิด “พม.ห่วงใยดูแลคนไทยทั่วทุกมุมโลก” ทำให้พม.มีส่วนต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนไทยในต่างประเทศด้วย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมานิตยสารดีได้มีโอกาสเข้าพบคุณพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในขณะนั้น เพื่อเรียนถามถึงความเกี่ยวพันระหว่างพม.และคนไทยในต่างประเทศ

ความเกี่ยวพันนั้นมีมาตั้งแต่ในอดีต

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.. 2545 และได้จัดตั้งส่วนราชการกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการขึ้นเพื่อรับผิดชอบภารกิจของกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของกองสัมมาอาชีวสงเคราะห์ และกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท กระทรวงมหาดไทย เฉพาะในส่วนงาน ส่งเสริมอาชีพและรายได้

ความเกี่ยวเนื่องกับคนไทยในต่างประเทศ ในอดีตจะมีในส่วนที่เป็นงานของกองสัมมาอาชีวสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ อันได้แก่ งานเยี่ยมเยียนเด็กและครอบครัวต่างชาติที่รับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมในต่างประเทศ และงานการตรวจสอบคุณสมบัติของหญิงไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งในขณะนั้นเป็นไปเพื่อป้องกันการถูกล่อลวงของหญิงไทย

 

ความเกี่ยวพันในปัจจุบัน

ปัจจุบันหน่วยงานของกระทรวงพ..ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคนไทยในต่างประเทศจะมีอยู่ 3 หน่วยงานคือ (1)กรมกิจการเด็กและเยาวชน ดูแลเรื่องการรับบุตรบุญธรรมต่างประเทศ (2) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ดูแลเรื่องสตรีไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะมีเว็บไซต์ yingthai.net เป็นแหล่งให้ความรู้และแจ้งขอความช่วยเหลือ และ (3) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือพม. โดยภาระหน้าที่แล้ว พม.จะดูแลคนไทยจากต่างประเทศที่มีปัญหา ณ เมื่อเหยียบถึงแผ่นดินไทย ดูแลให้ที่พักพิง และติดตามผลเพื่อการช่วยเหลือต่อไป แต่เนื่องจาก พม. มีหน่วยงานหนึ่งในสังกัดคือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติที่รับผิดชอบ การจดทะเบียนรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ในต่างประเทศ จึงทำให้พม.มาเกี่ยวข้องกับคนไทยในต่างประเทศในประเด็นนี้

 

การจดทะเบียนรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ในต่างประเทศ

กลุ่มคนไทยในต่างประเทศที่รวมตัวกันเพื่อทำงานบริการทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การทำงานและการมีรายได้ นันทนาการ กระบวนการยุติธรรม และบริการทางสังคมทั่วไป มีผลงานเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถที่จะยื่นเรื่องขอจดทะเบียนรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ในต่างประเทศได้ รายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เมื่อได้รับการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแล้ว จะมีสิทธิขอทุนสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อสวัสดิการสังคมจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม

คนไทยในต่างประเทศนั้นหลากหลาย และใช่ว่าจะสามัคคีกันทั้งหมด

จากประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติงานในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสได้สัมผัส และทำงานกับคนไทยในประเทศเหล่านั้น คุณพุฒิพัฒน์ พบว่า คนไทยในต่างประเทศนั้นมีหลากหลาย มีทะเลาะเบาะแว้ง อิจฉาริษยา แกล้งกันเอง เช่นคนไทยในญี่ปุ่นที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมาย ขยันขันแข็ง ทำงานเก็บเงินเก็บทองได้มากมาย เมื่อเพื่อนเห็นว่า ฐานะดีกว่า ก็ไปแจ้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมาจับ คนไทยบางส่วนไม่มีระเบียบวินัย เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ไม่ได้สามัคคีกันเท่าไรนัก และไม่สามารถที่จะรวมกลุ่มกันได้

ในขณะเดียวกันคนไทยในต่างประเทศก็มีบางส่วนที่ทำงานอาสาสมัคร โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เป็นจิตอาสาอย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะมีไม่มากนัก และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในกลุ่มคนไทยในต่างประเทศก็มีกลุ่มที่เรียกกันว่า “ทุจริตจิตอาสา” ที่ดูเหมือนจะทำงานอาสาสมัคร แต่อาจด้วยผลประโยชน์บางอย่าง

 

ดาบสองคมของการจดทะเบียนรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ในต่างประเทศ

จากการที่คนไทยในต่างประเทศไม่มีวินัย เอาผลประโยชน์เป็นหลัก การที่มีการจดทะเบียนรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ในต่างประเทศ อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง มีองค์กรสาธารณประโยชน์เกิดขึ้นหลากหลายทั้งจำนวน และการทำงาน แตกกระจาย อาจกลายเป็นต่างกลุ่มต่างทำไปตามทิศทางของตน ไม่มีเอกภาพของการทำงาน และไม่สามารถประสานงานกันได้ และอาจไม่สามารถควบคุมได้

กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมนั้น เป็นกองทุนที่มีให้ทุนสนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ทั้งหมด ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ กองทุนมีเงินทุนประมาณ 100 ล้านบาท องค์กรสาธารณประโยชน์ในประเทศไทยเองก็มีเป็นจำนวนมากกว่าพันองค์กร ทุนจากการกองทุนก็ต้องแบ่งกันไป เมื่อมีองค์กรสาธารณประโยชน์ในต่างประเทศมากองค์กร ความเป็นไปได้ที่บางองค์กรอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนก็จะเกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือความขัดแย้ง ทำไมกลุ่มนั้นได้ แต่กลุ่มเราไม่ได้

และจากการที่มี “ทุจริตจิตอาสา” ในหมู่อาสาสมัครไทยในต่างประเทศ การทำเรื่องขอจดทะเบียนรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ และการขอรับทุนฯอาจเป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ก็เป็นได้

ปฏิรูปโครงสร้าง หนทางอีกยาวไกลในการทำงานเพื่อคนไทยในต่างประเทศ

การทำงานเกี่ยวกับคนไทยในต่างประเทศของกระทรวงพม.นั้นยังไม่เป็นเอกภาพ เพราะมีถึงสามกรมที่ทำงานไปตามภาระหน้าที่ จะทำอย่างไรให้เกิดเอกภาพ แม้นว่าในขณะนี้จะมีศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมสำหรับคนไทยในต่างประเทศ (ศส.ตปท.) ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้มีบทบาทในการบรูณาการงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนไทยในต่างประเทศที่กระจัดกระจายอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงพม. แต่ก็เป็นศูนย์ใหม่ที่เพิ่งตั้งเมื่อไม่นานมานี้ อาจเป็นได้ที่ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานให้เป็นเอกภาพ พูดเป็นเสียงเดียวกัน หรือควรที่จะมีการปรับโครงสร้าง ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับคนไทยในต่างประเทศไปอยู่ในระดับกระทรวงไม่ใช่ระดับกรม

ในต่างประเทศควรที่จะดึงสถานเอกอัครราชทูตให้เข้ามามีส่วนร่วม และมีบทบาทมากขึ้น การทำงานควรจะประสานและผ่านสถานเอกอัครราชทูตให้ได้รับรู้ และทำการตรวจสอบ เพราะในความเป็นจริงแล้วหน้าที่การดูแลคนไทยในต่างประเทศเป็นของกระทรวงการต่างประเทศ ของกรมการกงสุล พม.ควรที่จะมีบทบาทเป็นเพียงตัวเสริม และสนับสนุนเมื่อทางกงสุลเรียกร้อง

การทำงานในต่างประเทศ ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับคนไทย ใครเป็นใคร ใครคือ “ตัวจริง” คนไทยมีปัญหา มีความต้องการอะไร สิ่งเหล่านี้คงต้องประสานกับองค์กรที่ทำงานที่นั่น หากค้นเจอก็คงจะทำงานได้ การที่จะมีองค์สาธารณประโยชน์หลากหลายองค์กรอาจจะไม่จำเป็น อาจจะดีกว่าหรือไม่ที่จะรวมกันเป็นกลุ่มเดียว แล้วมีตัวแทน มีหัวหน้ากลุ่มจากหลากหลายพื้นที่

ปัญหาเรื่องเงินทุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ที่ไม่ได้มีมากมายนัก แค่จะแบ่งให้กับทุกองค์กรฯในประเทศไทยยังอาจไม่พอเพียง คำถามที่ต้องย้อนกลับไปก็คือ คนไทยในต่างประเทศต้องการเงินทุนสนับสนุนการทำงานจริงหรือ อะไรเป็นสิ่งที่คนไทยในต่างประเทศต้องการกันแน่ เป็นไปได้หรือไม่ที่คนไทยในต่างประเทศไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการองค์ความรู้ ต้องการความชัดเจนว่า ปัญหาหนึ่ง ๆ จะแก้ได้อย่างไร ต้องการระบบการทำงานที่ชัดเจน สิ่งนี้ต่างหากหรือไม่ที่จำเป็นสำหรับคนไทยในต่างประเทศ

 

กลับ

Add a comment