ลอ ล่ามไทยในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์...โดย ดี²

(comments: 0)

คำว่า “ผู้สื่อภาษา” (Sprachmittler) มีความหมายครอบคลุมทั้ง ล่าม(Dolmetscher) และ นักแปล(Übersetzer) ที่มีความแตกต่างกันอยู่กล่าวคือ การล่าม คือ ผู้แปลคำพูดจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่งโดยทันที ส่วนการแปล คือ การถอดความหมายจากภาษาหนึ่งสู่อีกภาษาหนึ่ง เป็นลายลักษณ์อักษร

หลายคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศคงจะเคยไปเป็นล่ามให้แก่เพื่อนและคนรู้จัก และคงจะเคยสัมผัสได้ด้วยตนเองว่า ขณะที่คุณกำลังทำหน้าที่ล่ามอยู่นั้น คุณจำเป็นต้องมีสมาธิค่อนข้างสูง ต้องมีความรู้และทักษะการใช้ภาษาต้นทาง (Ausgangsprache) และภาษาปลายทาง (Zielsprache) เป็นอย่างดี เพื่อที่จะสามารถสื่อสารได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ดี² ได้พูดคุยกับล่ามไทย 2 ท่าน คือ คุณอัญชัญ เฮียร์ลิ่ง (ประเทศเยอรมนี) และคุณศักดา บัวลอย (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งมีประสบการณ์การเป็นล่ามมานานหลายปี ดี² หวังอย่างยิ่งว่า บทสนทนาต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางแก่คนไทยหลาย ๆ คนที่รักและสนใจที่จะเป็นล่ามในอนาคต

 

อยากจะเป็นล่ามสำหรับภาษาไทย เริ่มต้นอย่างไรดี

อัญชัญ: ย้อนกลับไปประมาณ 25 ปีก่อน ในประเทศเยอรมนี ตอนนั้นล่ามสำหรับภาษาไทย ส่วนใหญ่จะเป็นอาสาสมัครในสมาคมไทย ที่ให้คำแนะนำและช่วยเหลือคนไทยในเยอรมนี หรือไม่ก็เป็นครูสอนภาษาไทยในโรงเรียนภาคค่ำของเยอรมนี และในสถาบันต่าง ๆ ในตอนนั้นดิฉันจำได้ว่า ไม่มีล่ามภาษาไทยมากนัก คนไทยที่สามารถสื่อภาษาเยอรมันได้ดีและมีทักษะในการใช้ภาษาเยอรมัน มักจะถูกเรียกหรือเชิญไปเป็นล่ามในหน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น โนทาร์ สำนักทะเบียน ตำรวจ ฯลฯ ต่อมาเมื่อไปแปลบ่อย ๆ เข้าก็เป็นที่รู้จักในวงการราชการมากขึ้น สะสมใบรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้มากพอ ก็สามารถยื่นคำร้องขอเป็นล่ามสาบานตนต่อศาลได้ (Vereidigte Dolmetscher)

การยื่นคำร้องขอเป็น ล่ามสาบานตน (Vereidigte Dolmetscher) สามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ได้ที่ศาลสูง (Landgericht) ในเขตที่ตนอาศัยอยู่ ศาลสูงจะเป็นผู้พิจารณา โดยดูหลักฐานความรู้ภาษาเยอรมันซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญมาก อย่างน้อย ๆ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องมีความรู้ในระดับ Kleines Deutsches Sprachdiplom (KDS) หรือ Großes Deutsche Sprachdiplom (GDS) (ในปัจจุบันปรับเป็นความรู้ภาษาเยอรมันระดับ C2 ของสถาบันเกอเธ่) หรือผู้ยื่นคำร้องต้องจบการศึกษาปริญญาตรี โท หรือเอกสาขาวิชาภาษาเยอรมันจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือต้องจบการศึกษาทางวิชาชีพ มีประกาศนียบัตรที่ออกให้โดยสภาการอุตสาหกรรมและหอการค้าเยอรมัน (Industrie- und Handelskammer ชื่อย่อ IHK) แม้ว่าจะมีการกำหนดระดับความรู้ภาษาเยอรมันไว้ก็ตาม แต่ก็มีข้อยกเว้น ตามมาตรา 14 วรรค 3 ประโยค 2 กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญแห่งศาล ประมวลกฎหมายยุติธรรม– ล่ามและนักแปล(AGGVG Dolmetscher und Übersetzer) ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ยืนคำร้องไม่มีความรู้ภาษาเยอรมันตามที่กำหนด ศาลอาจจะรับพิจารณาหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติได้คล้ายคลึงกัน เช่น ใบรับรองที่สามารถแสดงประสบการณ์อันยาวนานในการปฏิบัติงานล่ามจริง ใบรับรองเหล่านี้ จะต้องออกให้โดยหน่วยงานราชการ องค์กร สมาคม หรือบริษัทต่าง ๆ ส่วนหลักฐานความรู้ภาษาไทยนั้น เท่าที่ถาม ๆ มา ทราบว่า ล่ามบางคนสามารถใช้หลักฐานการจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นหลักฐานแสดงความรู้ภาษาไทย

ล่ามสาบานตนต่อศาล ในรัฐบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์ก เรียกว่า allgemein beeidigte Verhandlungs-dolmetscher ในรัฐอื่น ๆ อาจเรียกว่า öffentlich bestellte Dolmetscher ก็เป็นได้

การสาบานตนต่อศาลจะเป็นไปตามมาตรา 14 Abs. 4 und 5 AGGVG ดังนี้

ก่อนที่จะสาบานตน ศาลจะชี้แจงให้ทราบว่า

เมื่อทำหน้าที่ล่าม (Verhandlungsdolmetscher) ต่อหน้าศาลทุกแห่งของสหพันธ์ และประเทศอื่น ๆ ล่ามต้องซื่อสัตย์ต่อคำสาบานของตน ตามมาตรามาตรา 189 Abs.2 GVG

ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สื่อภาษาไทยตามที่ได้รับการแต่งตั้ง

ตัวอย่าง ได้รับแต่งตั้งเป็น Allgemein beeidigter Verhandlungsdolmetscher der thailändische Sprache für die Gerichte des Landes Baden-Württemberg (§ 14 Abs.5 AGGVG)ก็ต้องใช้ภาษาไทยในการล่าม

ล่ามไม่สามารถรับรองความสมบูรณ์และความถูกต้องของการแปลเอกสารได้ หากต้องการรับรองการแปลจะต้องยื่นคำร้องขอเป็นนักแปลที่มีอำนาจรับรองความถูกต้องของเอกสารแปล(Öffentlich bestellte Urkundenübersetzer) ตามมาตรา 15 AGGVG (ส่วนใหญ่จะยื่นเรื่องขอสาบานตนเป็นล่ามและนักแปลที่มีอำนาจรับรองความถูกต้องของเอกสารแปลพร้อมกัน เมื่อศาลสูงอนุมัติ ศาลฯจะเรียกเพื่อให้มาสาบานตน จากนั้นจะมอบบันทึกการสาบานตนให้เป็นหลักฐาน และหากได้รับอนุมัติให้มีอำนาจรับรองความถูกต้องของการแปล ก็จะมอบหนังสือสำคัญ การมีอำนาจรับรองความถูกต้องของคำแปลให้อีกหนึ่งใบแยกจากกัน)

หากมีการเปลี่ยนที่อยู่ จะต้องแจ้งที่อยู่ใหม่ให้ศาลสูงที่ออกใบอนุญาตให้

ในกรณีที่จะขอถอนชื่อหรือถูกถอนชื่อออกจากสารบัญล่ามสาบานตนของศาล ต้องแจ้งให้ศาลสูงทราบและส่งบันทึกการสาบานตนหรือบัตรแสดงการสาบานตนคืนให้สำนักงานศาลสูง

เอกสารบันทึกการสาบานตนเป็นดั่งบัตรประจำตัวล่าม

ล่ามสาบานตนมีหน้าที่ปฏิบัติตนตามกฎหมาย( § 1 Abs. 1 des Verpflichtungsgesetzes และ § Art. 42 EGStGB) เช่น เมื่อได้หมายเรียกตัวไปเป็นล่ามในศาล แต่ไม่สามารถไปได้ ต้องแจ้งให้ศาลทราบทันที ต้องแปลข้อความตามความเป็นจริง เก็บความลับ มีจรรยาบรรณล่าม

เมื่อรับทราบคำชี้แจงดังกล่าวแล้ว และยืนยันความเข้าใจแล้ว ก็จะสาบานตน และจะเป็นล่ามสาบานตนต่อศาล ( allgemein beeidigte Verhandlungsdolmetscher) สามารถแปลในศาล โนทาร์ หรือ หน่วยราชการต่าง ๆ ได้

หลายปีที่ผ่านมานี้มักจะได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า “ไปสอบเป็นล่าม” ในความคิดเห็นของดิฉันนั้น คิดว่า การสอบเป็นล่ามไม่น่าจะมี ที่มีการสอบกันน่าจะเรียกว่า “การทดสอบความสามารถการเป็นล่ามและนักแปล” ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถาบัน Hessische Lehrkräfteakademie – Besondere Staatliche Prüfungen ซึ่งเป็นสถาบันเดียวในประเทศเยอรมนีที่เปิดทำการทดสอบความสามารถการเป็นล่ามและนักแปลแห่งรัฐ สถาบันแห่งนี้จะทดสอบความรู้และทักษะการใช้ภาษาเยอรมันและภาษาไทย ล่ามและนักแปลที่ได้สาบานตนต่อศาลแล้ว และมีประสบการณ์สาขางานล่ามและงานแปลมาเป็นเวลาหลายปี หรือผู้ที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกในประเทศเยอรมนีก็สามารถสมัครสอบได้ ผู้ที่สอบผ่านการทดสอบความรู้ภาษาไทย และภาษาเยอรมันจากสถาบันแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรว่า ผ่านการทดสอบความสามารถการเป็นล่ามและนักแปลแห่งรัฐในประเทศเยอรมนี (staatlich geprüfte Dolmetscher) และสามารถนำประกาศนียบัตรนี้ไปยื่นคำร้องขอทำเรื่องสาบานตน หรือขอเป็นนักแปลผู้ได้รับอำนาจในการรับรองความถูกต้องของเอกสารแปลจากศาลสูงประจำรัฐที่ตนเองอาศัยอยู่ ต้องยื่นคำร้องที่ศาลสูงประจำเขตไหน อย่างไร สามารถหาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางอินเทอร์เน็ต ใส่คำค้นหาว่า vereidigter Verhandlungsdolmetscher (ใส่ชื่อ Landgericht ของรัฐ หรือเข้าไปดูที่ http://bdue.de/der-beruf/beeidigte ก็จะได้รายละเอียดอย่างชัดเจน หากยังไม่ชัดเจน ก็หมุนโทรศัพท์ถามที่ Landgericht ในเขตที่คุณอาศัยอยู่ได้เลยค่ะ

 

ศักดา: ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทุกคนสามารถเป็นล่ามได้ ทั้งนี้ต้องแยกกันระหว่าง ล่ามสมัครเล่น ล่ามจำเป็น ล่ามอาชีพ การล่ามในสองกลุ่มแรก คือ ชาวไทยที่มีความสามารถพอที่จะสื่อสารภาษาราชการสวิตฯได้ มักจะเป็นในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ล่ามอาชีพ เช่น เป็นการช่วยเหลือกันในหมู่เพื่อนและคนรู้จัก เพื่อไปช่วยเป็นล่ามในการติดต่อสอบถามหน่วยงานราชการ ซึ่งมีบทสนทนาที่ไม่ซับซ้อน ส่วนล่ามอาชีพนั้นจะเป็นผู้ที่เรียนจบการล่าม ซึ่งมักจะรู้จักกันในนาม Interkulturelle Dolmetschende ยังไม่มีคำแปลเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ผมเลยตั้งคำนิยามขึ้นมาเองว่า “ล่ามสหวัฒนธรรม” การเรียนสายการล่ามสหวัฒนธรรมนี้ มี 2 ระดับคือ วุฒิวิชาชีพสมาพันธ์รัฐสวิส (Eidgenössischer Fachausweis für interkulturell Dolmetschende) และวุฒิประกาศนียบัตรล่าม (Schweizerisches Zertifikat INTERPRET für interkulturell Dolmetschende) ผู้ที่สนใจจะศึกษาวิชาการล่ามในระดับอุดมศึกษา ก็สามารถศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในซูริค เจนีวา หรือสถาบันเอกชนที่สอนวิชาชีพล่ามได้

ล่ามไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานให้คำแนะนำและช่วยเหลือคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ เช่น CARITAS และ FIZ หรือรับงานล่ามผ่านบริษัทดำเนินการล่ามและแปลเอกสารของสวิส การเป็นล่ามในศาล (Gerichtsdolmetscher) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีหลักกฏหมาย และข้อบังคับใด ๆ ของสมาพันธ์รัฐสวิสว่า จะต้องไปยื่นคำร้องขอเป็นล่ามสาบานตนต่อศาล แต่ทางสมาคมนักแปล-ล่ามในศาล (Verband Schweizer Gerichtsdolmetscher und –übersetzer) และสมาคมล่ามประเทศสวิตฯ (INTERPRET, die schweizerische Interessengemeinschaft für interkulturelles Dolmetschen und Vermitteln)กำลังพยายามผลักดันหน่วยงานราชการ ให้ออกกฏระเบียบข้อบังคับให้มีมาตรการเดียวกัน เพื่อที่จะนำไปใช้ทั่วสมาพันธ์รัฐสวิสต่อไป

 

ล่ามสามารถแปลเอกสารสำคัญต่างๆ ได้หรือไม่ ต้องผ่านการประทับตรารับรองจากหน่วยงานใดหรือไม่

อัญชัญ: ล่ามแปลเอกสารสำคัญได้ค่ะ แต่ไม่สามารถประทับตรารับรองความถูกต้องของการแปลได้ เมื่อรับรองไม่ได้เอกสารแปลก็ไม่สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการได้ ในประเทศเยอรมนีผู้ที่สามารถรับรองความถูกต้องของคำแปลคือ นักแปลที่ศาลอนุมัติให้อำนาจในการรับรองความถูกต้องของการแปล (öffentlich bestellter und beeidigter Urkundenübersetzer หรือ beeidigte Urkundenübersetzer, ermächtigter Übersetzer, หรือ staatlich geprüfter Übersetzer) นักแปลจะมีตราของตนเองไว้ประทับเมื่อรับรองความถูกต้อง

เอกสารภาษาไทย เช่น เอกสารเพื่อการจดทะเบียนสมรสในเยอรมนี ก่อนที่จะส่งให้นักแปลแปลและรับรองการแปล จะต้องผ่านการรับรองว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องออกให้จากต้นสังกัดจริง (Legalisation) จากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันที่กรุงเทพฯก่อน และในทำนองเดียว เอกสารภาษาเยอรมัน เช่น หนังสือสำคัญการสมรส คำสั่งศาล สูติบัตร ฯลฯ ก่อนที่จะส่งให้นักแปล จะต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานการปกครอง (Regierungspräsidium) หรือ ศาลสูง (Landgericht) ก่อน ที่พูดมานี้เป็นขอบเขตงานของนักแปลผู้มีอำนาจรับรองความถูกต้องของเอกสารแปลนะคะ สรุปคำตอบนะคะว่า ล่ามสามารถแปลเอกสารสำคัญได้ แต่ต้องส่งให้นักแปลฯประทับตรารับรองการแปลค่ะ เมื่อแปลและรับรองการแปลแล้ว จึงส่งไปให้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน และในอนาคตก็สามารถส่งไปให้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก ประทับตรารับรองอีกครั้ง

 

ศักดา: ล่ามที่มีความสามารถในการแปลเอกสารได้ มีความอิสระในการรับงานแปลเอกสารทั่วไปได้ แต่ในส่วนของการรับรองการแปลเอกสารราชการนั้น ถ้าหากหน่วยงานในภาครัฐ ของประเทศสวิตฯ (บางสำนักงานไม่ต้อง) ต้องการประทับตรารับรองการแปลเอกสารนั้น เจ้าของเอกสาร หรือโดยการมอบอำนาจให้ผู้แปล นำเอกสารไปยื่นเรื่องขอรับรองเอกสารแปล ณ สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น เท่านั้น ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จะรับรองเอกสารแปลจากนักแปลผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น รายละเอียดสามารถดูได้ในลิงค์ระเบียบการรับรองเอกสาร จากเว็บไซต์สถานเอกอัคราชทูตฯ ณ กรุงเบิร์น

 

เตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนที่จะทำหน้าที่ล่าม

อัญชัญ: ดิฉันมักจะได้งานเป็นล่ามแปลแบบต่อเนื่อง(Konsekutivdolmetschen) คือ ฟัง ทำความเข้าใจและจดโน๊ตไปด้วย ทำหน้าที่แปลเป็นช่วง ๆ ซึ่งโดยมากดิฉันมักจะต้องแปลทั้งสองภาษาคือจากไทยเป็นเยอรมัน และเยอรมันเป็นไทย ส่วนการแปลโดยทันที(Simultandolmetschen) ล่ามจะแปลไปพร้อมกับผู้พูด เป็นการแปลที่ต้องใช้สมาธิ และการฝึกฝนมาก ส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์ในการสื่อสารช่วยสำหรับการล่าม เช่น หูฟัง ไมโครโฟน และมักจะทำงานเป็นทีม

การล่ามในศาลหรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องมีความรับผิดชอบและมีความเสี่ยงสูง ล่ามจึงควรมีความรู้และสามารถเข้าใจทั้งภาษาต้นทางและภาษาปลายทาง รวมถึงภาษากฎหมาย- และภาษาทางราชการด้วย (Gerichts- und Behördenterminologie) ในขณะที่แปล หากคำไหนไม่รู้ และไม่เข้าใจก็ต้องถาม เพื่อขอรับฟังคำอธิบายก่อนที่จะถ่ายทอด แม้ว่า ล่ามคือคนเก่งทางภาษาคนหนึ่ง แต่ทว่า ล่ามไม่ใช่ผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญในทุกเรื่อง ก่อนที่จะปฏิบัติงานล่าม ดิฉันคิดว่า หากมีช่องทางที่จะไปถึงข้อมูลล่วงหน้า ควรจะหาข้อมูลไว้บ้าง โดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะทาง เพื่อให้มั่นใจว่า สามารถสื่อภาษาได้เข้าใจ ชัดเจนและถูกต้อง

 

ศักดา: สำหรับผม ผมจะเตรียมตัวดังนี้ครับ

เตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความพร้อมด้านทักษะและเทคนิคล่ามเพราะงานล่ามจะต้องใช้สมาธิสูง เมื่อได้รับงาน ลำดับแรกจะต้องรู้เกี่ยวกับงานว่า เป็นเรื่องอะไร

เตรียมความพร้อมด้านคำศัพท์เฉพาะด้าน โดยการทำพจนานุกรมส่วนตัว แยกหมวดหมู่คำศัพท์เฉพาะทาง ที่ล่ามพบบ่อย ๆ จากการปฏิบัติงาน เช่น ศัพท์แพทย์ ซื่อโรคต่าง ๆ ร่างกาย อาการโรค เป็นต้น

อุปกรณ์ประกอบเทคนิคการล่ามระหว่างการทำงาน เช่น สมุดจดโน๊ต ปากกา เพราะบางทีคู่สนทนา ใช้ประโยคยาว การจดโน๊ต จะช่วยได้เป็นอย่างดีในการล่าม

 

ปัญหาในการล่ามมีหรือไม่ เช่น การสื่อสาร การให้ข้อมูล

อัญชัญ: ปัญหาที่ดิฉันพบบ่อยครั้งคือ ความสับสนจากการสื่อสาร คนไทยหลายคนมีปัญหาในการเล่าเรื่อง มักจะไม่ออกชื่อคนในการเล่าเรื่อง การใช้สรรพนามแทนตัวบุคคลก็ยากที่จะเข้าใจว่าหมายถึงใคร เล่าเรื่องแบบข้ามไปข้ามมา ไม่ปะติดปะต่อ ตอบคำถามไม่ตรงประเด็น

 

ศักดา: ปัญหาที่พบบ่อยคือ

คู่สนทนา พูดประโยคยาว ๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้ล่ามแปล โต้ตอบกันเร็วมาก

คู่สนทนา ไม่มีประสบการณ์ในการสนทนาที่ต้องใช้ล่าม พูดอะไร ก็ไม่รอล่ามแปลเลย

คู่สนทนา ชาวสวิส (ลืมตัว) ใช้ภาษาถิ่นในการสนทนา หรือไม่สนใจที่จะพูดภาษาเยอรมันกลาง เนื่องจากล่ามเรียนภาษา เยอรมันกลาง (Hochdeutsch) จะไม่เข้าใจภาษาถิ่นของชาวสวิส ซึ่งมีหลากหลาย แล้วแต่ท้องถิ่น สำเนียง และคำศัพท์ไม่เหมือนกัน ทำให้การล่ามเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจอแบบนี้บ่อย ๆ ก็เหงื่อตกเหมือนกันครับ

การสนทนา ที่มีเรื่องขัดแย้งกัน ระหว่างคู่กรณี ใช้อารมณ์ ในการสนทนา และบางครั้งมีการใช้ภาษาไม่สุภาพ มีคำศัพท์บางคำที่ไม่มีใช้ในภาษาปลายทาง เนื่องจากบริบทวัฒนธรรมด้านภาษาต่างกัน

 

ภารกิจอะไรบ้างที่นอกเหนือจากงานล่าม

อัญชัญ: นอกจากงานล่ามและนักแปลแล้ว ดิฉันเป็นครูสอนภาษาไทยและภาษาเยอรมัน และเป็นอาสาสมัครให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่คนไทยในประเทศเยอรมนี ความรู้และประสบการณ์จากการเป็นล่ามสามารถนำไปปรับเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการให้คำแนะนำแก่คนไทยในเยอรมนีได้

 

ศักดา: การเป็นการล่ามสหวัฒนธรรม( Interkulturelle Dolmetschende) บางครั้งอาจมีคำถามเกี่ยวกับวัฒนธรรมจากผู้ว่าจ้าง (ส่วนใหญ่คือหน่วยงานราชการสวิส) เพื่อที่จะทำความเข้าใจถึงพื้นฐาน ความคิด การดำเนินชีวิตของคนไทย บ่อยครั้งที่ล่ามอาจจะต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมด้วย

 

รายได้ของล่าม

อัญชัญ: รายได้จากการล่ามในศาลคิดเป็นชั่วโมง อยู่ที่ 70 – 75 ยูโร ขึ้นอยู่กับว่า เป็นล่ามประเภทไหน ซึ่งจะคิดคำนวณตั้งแต่วินาทีแรกของการออกเดินทาง จนถึงวินาทีสุดท้ายของการเดินทางกลับ ( § 9 JVEG - Honorar für die Leistung der Sachverständigen und Dolmetscher) ส่วนค่าเดินทางอยู่ที่กิโลเมตรละ 0,25 - 0,30 ยูโร ( § 5 JVEG – Fahrtkostenersatz)

ส่วนงานล่ามในกรณีอื่น ๆ เช่น ล่ามในการจดทะเบียนสมรสที่สำนักทะเบียน ล่ามในการทำสัญญาต่าง ๆ ที่สำนักงานกฎหมาย และล่ามในหน่วยงานราชการอื่น ๆ ในกรณีดังกล่าวนี้ ล่ามจะเสนอราคาเหมาจ่ายให้แก่ผู้จ้างล่าม

 

ศักดา: ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น รายได้ของล่ามไม่ได้มีกำหนดไว้เป็นมาตราฐาน ในกรณีล่ามรับงานอิสระ ก็แล้วแต่ล่าม และผู้ว่าจ้างจะตกลงอัตราค่าบริการระหว่างกันเองตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ล่ามที่ทำงานกับบริษัทจัดหาล่าม (Dolmetschern Vermittlungsstellen) ที่มีสัญญากับทางหน่วยงานภาครัฐ(Leistungsvertrag mit der Behörden oder Kanton, Bund) ก็จะมีรายได้ที่ยังไม่บวกค่าเดินทางชั่วโมงละ 50 - 60 สวิสฟรังก์ ถ้าไปเป็นล่ามในศาลและหน่วยงานราชการในรัฐเบิร์น ล่ามจะได้รับอัตราค่าจ้างชั่วโมงละ 90 สวิสฟรังก์ ในรัฐอื่น ๆ จะได้รับเท่าไร ผมไม่ทราบครับ

ล่ามวิชาชีพ เช่น ล่ามในที่ประชุม ประเภทการแปลโดยทันที (Simultandolmetschen) รายได้ต่อชั่วโมง ชั่วโมงละ 200 - 500 สวิสฟรังก์ แล้วแต่ความยากง่ายของเนื้อหา

 

ปัจจุบันนี้มีล่ามไทยในประเทศเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ประมาณกี่คน

อัญชัญ: ข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ระบุรายชื่อล่ามและนักแปลผู้มีอำนาจรับรองเอกสารแปลไว้ทั้งหมด 79 คนค่ะ

 

ศักดา: จากข้อมูลของ สมาคมล่ามในประเทศสวิตฯ ล่ามภาษาไทยที่มี ประกาศนียบัตรล่าม (Zertifikat INTERPRET)

ภาษาไทย-เยอรมัน จำนวน 20 คน

ภาษาไทย-ฝรั่งเศส จำนวน 2 คน

ภาษาไทย-อิตาเลียน จำนวน 0 คน

 

ล่ามไทยในสวิตเซอร์แลนดได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการไทยและสวิสอย่างไรบ้าง เช่น มีจัดการอบรบล่ามหรือไม่

อัญชัญ: เมื่อประมาณสิบห้าปีที่แล้ว สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตได้เชิญล่ามและนักแปลจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียไปประชุมกันที่แฟรงเฟิร์ต เพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกัน หนึ่งปีหลังจากนั้นก็ได้เชิญอาจารย์สอนภาษาไทยและภาษาเยอรมันมาจากประเทศไทย เพื่อมาแนะนำการใช้ภาษาไทยและภาษาเยอรมันในการล่ามและการแปล อีกทั้งได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นโครงการนี้ก็หายต๋อมไปเลย จนกระทั่งเมื่อปี 2559 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้รื้อโครงการล่ามฯขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยได้ช่วยผลักดันให้มีการจดทะเบียนสมาคมล่ามและนักแปลสำหรับภาษาไทยในประเทศเยอรมนี ตอนนี้ไม่ทราบว่า สมาคมเกิดขึ้นแล้วหรือยังนะคะ

ดิฉันเองถือว่าโชคดีที่เป็นล่ามและนักแปลในเขตความรับผิดชอบของศาลสูงคอนสทันซ์ (Landgericht Konstanz) และสำนักงานบริหารท้องถิ่นที่คอนสทันซ์ (Landratsamt Konstanz) ซึ่งในแต่ละปีจะมีการอบรบล่ามอาสาสมัครและล่ามอาชีพถึงสองครั้ง และมีหัวข้อการอบรบและเวิร์คช็อปไม่ซ้ำกัน เป็นการเรียนรู้เพิ่มเติมที่นำไปใช้ในงานล่ามได้อย่างมากมายและอย่างต่อเนื่อง

 

ศักดา: ตั้งแต่เป็นล่ามมา 10 ปีแล้ว ผมยังไม่เคยได้รับข่าวสาร หรือเห็นมีการจัดอบรมส่งเสริมการล่ามจากหน่วยราชการไทยในสวิสเลยครับ จะมีก็จากสถาบันภาคหรือหน่วยงานเอกชนของสวิส ซึ่งเปิดอบรมให้ข้อมูลเกี่ยวกับด้านบรูณาการ (Integration) และจะมีการเชิญล่าม ซึ่งเป็นตัวแปรด้านวัฒนธรรม ให้เข้ารับการอบรบอยู่เป็นประจำ ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านศูนย์จัดหาล่ามหรือสมาคมล่าม ในส่วนของภาครัฐเอง ทางราชการสวิส ให้ความสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณแก่สมาคมล่ามประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อการส่งเสริมหลักสูตรการเรียนวิชาล่ามระดับวิชาชีพ และรับรับรองหลักสูตรต่อเนื่อง และศูนย์จัดหาล่าม (Dolmetschern Vermittlungsstellen) หลายแห่งจะมีการจัดอบรม เวิร์คช็อป และ มี Supervision เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถให้แก่ล่ามในสังกัด อย่างต่อเนื่อง

 

อ้างอิง

http://www.thaiembassy.ch/Content/Embassy/88.html

http://www.inter-pret.ch/de/ausbildung-und-qualifizierung_0/ausbildung-und-qualifizierung_1-159.html

http://www.inter-pret.ch/de/angebote/datenbank-der-dolmetschenden-41.html

https://dejure.org/gesetze/AGGVG/14.html

https://dejure.org/gesetze/JVEG/9.html

 

Quelle: dpa-Zentralbild

 

 

กลับ

Add a comment