อักษรไทยวิจิตร งานศิลปะ Calligraphy แบบไทย

(comments: 0)

 

โดย นฤมล ชวินด์

เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่ชาวไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาช้านาน ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งมีความงดงามวิจิตรที่โดดเด่น และแตกต่างไปจากภาษาของชนชาติอื่น เพราะประกอบด้วยตัวพยัญชนะ รูปสระและเครื่องหมายวรรณยุกต์ที่ทำให้ภาษาไทยมีระดับเสียงสูงต่ำ เปรียบเสมือนดนตรี ที่มีจังหวะคล้องจองและมีความไพเราะเสนาะหู อีกทั้งรูปแบบตัวอักษรและอักขรวิธี ยังแสดงถึงความเป็นไทยอย่างแท้จริง ภาษาไทยจึงเป็นภาษาที่งดงามที่มีความสมบูรณ์ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน การเขียนภาษาไทยมีลักษณะ    ที่โดดเด่นทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์ ความเป็นศาสตร์ของการเขียนภาษาไทยอยู่ที่วิธีการประสมตัวอักษรที่มีกฏเกณฑ์ ส่วนด้านความเป็นศิลป์ของการเขียนคือ การรู้จักเลือกใช้ถ้อยคำ รูปแบบและจังหวะลีลาในการเขียน 

การเขียนอักษรไทยวิจิตร (Thai Calligraphy) เป็นการเขียนอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นศิลปะการเขียนตัวอักษรที่ประณีตงดงาม และมีคุณค่าทางสุนทรียศิลป์ โดยใช้เทคนิคการเขียนที่มีลายเส้นพิเศษกว่าการคัดลายมือโดยทั่วๆ ไป นิยมใช้ในการเขียนบัตรเชิญเนื่องในโอกาสพิเศษ การเขียนคำอวยพรที่มีความหมายดีๆ ลึกซึ้งและกินใจ การออกแบบโลโก้ ตลอดจนงานจ้างเขียนต่างๆ 

เสน่ห์ของการเขียนอักษรวิจิตร นอกจากเทคนิคการใช้ลายเส้นต่างๆ ในการประดิษฐ์ตัวอักษรด้วยเส้นที่มี ความหนักเบา หนาบาง และความโค้ง เพื่อเพิ่มความอ่อนช้อยชวนมองแล้ว เสน่ห์อีกอย่างของศิลปะอักษรวิจิตรคือ ความตรงไปตรงมาของคำ และการเลือกสรรถ้อยคำมาใช้เพื่อสื่อความหมาย จากถ้อยคำที่ธรรมดา เรียบง่าย มีความหมาย ที่ชัดเจน เห็นแล้วทุกคนเข้าใจความหมายตรงกัน ซึ่งต่างจากศิลปะภาพวาด ที่สามารถมองและจินตนาการได้หลายอย่าง แล้วแต่ทัศนคติ มุมมอง ประสบการณ์ และความชอบของแต่ละคน 

ในประเทศไทย เมื่อประมาณสี่ปีที่ผ่านมา นักเขียนอักษรวิจิตร ซึ่งยังมีน้อยมากในบ้านเรา เริ่มมีการดีไซน์ตัวอักษรที่ทันสมัยมากขึ้น โดยนำหลักการเขียนอักษรวิจิตรภาษาอังกฤษมาใช้ในการเขียนอักษรวิจิตรภาษาไทย เพื่อเพิ่มความสวยงาม เก๋ เท่ห์ และทันสมัย สามารถนำมาเป็นงานทัศนศิลป์ที่งดงามได้ อีกทั้งงานประดิษฐ์ตัวอักษรลักษณะนี้ ยังถูกใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ ได้เห็นความสวยงามและคุณค่าของอักษรไทย หันมาสนใจกับศาสตร์และศิลปะแขนงนี้กันมากขึ้น 

คุณปูเป้ ปวีณา อัศวะธรรมวุธ ศิลปินอักษรวิจิตรรุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นชั้นแนวหน้าของไทย เป็นสาวรุ่นใหม่ที่หลงไหลการออกแบบตัวอักษรตั้งแต่เรียน Web Graphic Design ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา “สมัยเรียนได้มีคลาสหนึ่ง ที่เรียนเกี่ยวกับ Typography ได้เห็นตัวหนังสือ หรือฟอนต์สวยๆ ก็เลยตกหลุมรักทันที เราเรียนออกแบบกราฟฟิกและเว็บไซต์อยู่แล้ว ถ้าเราสามารถจับตัวอักษรสวยๆ มาจัดวางในเว็บ เว็บนั้นก็จะสวยขึ้นมาทันที และทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น   ส่วนตัวแล้วเห็นว่า Typography มีความสำคัญและมีผลต่องานกราฟฟิกโดยรวม โดยเฉพาะการดีไซน์งานทุกประเภทที่เป็นสิ่งพิมพ์ที่ใช้ตัวอักษร  ถ้าตัวอักษรสวย งานก็เสร็จแล้ว 70% การออกแบบตัวอักษร เราสามารถเปลี่ยนมุมมองและความรู้สึกของอักษรเหล่านี้ เพื่อดึงดูดผู้เข้าชม แล้วช่วงที่เรียนอยู่นั้น กระแสความนิยมในการเขียน Calligraphy เริ่มโด่งดัง และมีคนสนใจเยอะขึ้น ก็เริ่มสนใจที่จะฝึกฝน ค้นคว้า ลองผิดลองถูก ศึกษาและพัฒนาวิธีการเขียน รังสรรค์ตัวอักษรวิจิตรในแนวโมเดิร์น ให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง”

การออกแบบตัวอักษรวิจิตร (Calligraphy) สำหรับภาษาไทย จำแนกออกมาได้หลายรูปแบบ เช่น

  • อักษรวิจิตรแบบดั้งเดิม (Traditional Calligraphy) เกิดจาการคัดลายมือด้วยตัวอักษรแบบโบราณที่มีหัวแหลม เป็นเส้นตรง เป็นตัวที่เราคุ้นเคย อ่านง่าย มีลักษณะเป็นทางการ เช่น การประดิษฐ์ตัวอักษรใน   บัตรเชิญ และในงานมงคลต่างๆ เป็นตัวอักษรที่ไม่จำเป็นต้องเขียนเองก็ได้ สามารถหาฟอนต์สำเร็จรูปได้จากคอมพิวเตอร์ หรือดาวน์โหลดได้จากหลายเว็บไซต์
  • อักษรวิจิตรแบบโมเดิร์น (Modern Calligraphy) การเขียนและสร้างสรรค์ตัวอักษรด้วยมือ นำตัวอักษร แบบดั้งเดิมมาปรับให้ดูทันสมัย โดยใช้ลายเส้นที่พิเศษกว่าการคัดลายมือทั่วไป มีการตกแต่งโดยใช้เทคนิคการวาดรูปเข้ามาช่วย การใช้ลายเส้นที่หนาบาง การเขียนที่มีความหนักเบา และมีจังหวะลีลาในการเขียน    นิยมนำมาใช้ในงานออกแบบสิ่งพิมพ์
  • อักษรแบบหัวตัด (Franktur) เป็นแบบที่ไม่มีหัว เหมือนเขียนด้วยปากกาคอแร้ง เป็นตัวอักษรที่ให้อารมณ์ความรู้สึกถึงความทันสมัย

 

สิ่งหนึ่งที่คุณปูเป้ได้บอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของอักษรวิจิตรที่ทุกภาษามีร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ คือ ลักษณะการเขียนที่มีลากเส้นสโตรกขึ้นเบา/ลงหนัก ทำให้ได้ลายเส้นที่อ่อนช้อย ไม่ทื่อเหมือนตัวอักษรสำเร็จรูปจากคอมพิวเตอร์ 

“การเขียนอักษรวิจิตรภาษาไทย ได้มีบทบาทมากขึ้นในวงการศิลปะ ปัจจุบันเริ่มมีผู้ให้ความสนใจมากขึ้น เป็นแนวโน้มที่กำลังมาและจะมีคนออกแบบตัวอักษรเพิ่มมากขึ้น เพราะภาษาไทยมีคำที่เรียบง่าย เมื่อเห็นก็เข้าใจความหมายได้ชัดเจน เช่น คำว่า “รักแม่” “สุขสันต์วันเกิด” “ขอบคุณ” ถ้าเขียนโดยจัดวางตัวอักษรสะดุดตา รูปแบบการเขียนชวนมอง จะถูกตาต้องใจผู้ชมจำนวนมาก ผลงานดีๆ เช่นนี้ จะเป็นสิ่งที่ท้าทายความสร้างสรรค์ของศิลปินด้วย”

สำหรับผู้ที่รักการเขียนอักษรวิจิตร การได้เขียน ได้ออกแบบตัวอักษร จะเป็นการผ่อนคลายและเป็นการฝึกจิตใจให้อ่อนโยน รวมทั้งได้ฝึกสมาธิด้วย อย่างไรก็ตาม กว่าจะมีผลงานเป็นที่น่าชื่นชม เขียนได้เก่งและมีความประณีตงดงาม ก็ต้องแลกด้วยความอดทน การฝึกฝน และการพัฒนาฝีมืออย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้น จึงขอให้ผู้สนใจพยายามฝึกฝนและพัฒนาฝีมือต่อไป

 

ขอบคุณภาพจาก คุณปวีณา อัศวะธรรมวุธ

 

 

 

กลับ

Add a comment