มหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส กับความเบิกบานจากการให้

(comments: 0)

โดย นฤมล ชวินด์

Christmas Miracle 

The Miracle of Giving

เทศกาลคริสต์มาส เป็นช่วงที่ประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลกต่างพากันตกแต่งอาคารบ้านเรือน ด้วยไฟแสงสีระยิบระยับตระการตา และประดับประดาสัญลักษณ์แห่งเทศกาลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หรีดกิ่งสน เทียน ต้นฮอลลี่ กระดิ่ง ดาว ถุงเท้าคริสต์มาส ตุ๊กตาเทวดาน้อยหรือนางฟ้า รูปปั้นซานตาคลอส และต้นคริสต์มาส ใต้ต้นคริสต์มาสจะมีของขวัญวางเรียงไว้มากมาย เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สมาชิกทุกคนในครอบครัว แม้จะอยู่ห่างไกลกันเพียงใด จะกี่ร้อยกิโลเมตรหรือหลายพันไมล์ ก็จะนัดหมายมาพบกัน เพื่อฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลคริสต์มาสร่วมกัน 

เทศกาลอันแสนวิเศษและให้ความรู้สึกอบอุ่นนี้จะมาเยือนให้ได้สัมผัสกันทุกปีในเดือนธันวาคม โดยเฉพาะในวันที่ 24 ธันวาคม  หลายคนตั้งใจรอคอย และตระเตรียมงานฉลอง พร้อมเตรียมมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้กันและกัน รอยยิ้มจากการได้รับของขวัญ ทำให้ผู้ให้เบิกบานด้วยความสุขและความปลื้มปีติ

วันคริสต์มาส เป็นเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งของผู้นับถือศาสนาคริสต์ เป็นวันครบรอบวันประสูติของพระเยซู  หรืออีกความหมายคือ เป็นการฉลองวันประสูติของพระเยซู หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่มิใช่คริสต์ศาสนิกชนก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมประเพณีแห่งการเฉลิมฉลองนี้เช่นกัน ที่ปรากฎให้เห็นเช่น การให้ของขวัญ การประดับตกแต่ง และต้นคริสต์มาส การฉลองของแต่ละประเทศอาจมีรูปแบบแตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในแต่ละถิ่นและภูมิภาค 

สำหรับชาวคริสต์แล้ว วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดและเป็นวันที่คนนิยมเข้าร่วมศาสนพิธีในโบสถ์มากที่สุด ในโบสถ์จะมีการสวดภาวนาระลึกถึงพระเจ้า ทุกคนร่วมร้องเพลงที่มีความหมายของการเสด็จมาของพระเยซู มีทั้งท่วงทำนองให้ความรู้สึกสงบทางจิตใจ ความชื่นชมยินดี ตลอดจนจังหวะของโน้ตดนตรีที่ร่าเริงสนุกสนาน 

ภายในโบสถ์มีการตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาส และฉากจำลองการประสูติของพระเยซู  เหล่าเด็ก ๆ จะแสดงละครเรื่องราวการประสูติของพระองค์ การแสดงที่น่ารักของเด็ก ๆ สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ชม และทุกคนในครอบครัว

วันคริสต์มาส เป็นวันที่ทุกคนจะอยู่กับครอบครัว  การรวมญาติและการแลกของขวัญกลายมาเป็นลักษณะเด่นของเทศกาลนี้ การตระเตรียมมื้ออาหารโฮมเมดอันแสนเลิศรส พร้อมไวน์ชั้นดีในวันพิเศษสำหรับครอบครัวและญาติพี่น้อง ความสุขในฤดูหนาวที่แสนจะอบอุ่นท่ามกลางความรักของทุกคนในครอบครัว 

เทศกาลที่สร้างสายใยแห่งความรัก และความผูกพันของทุกคนในครอบครัวให้แน่นแฟ้นและมั่นคงเช่นนี้ เปรียบเสมือนต้นไม้ที่มีรากแก้วที่ยึดติดดินอย่างเหนียวแน่น เพราะทุกคนช่วยกันเอาใจใส่ รดน้ำและดูแลพรวนดินกันอย่างดี จึงเติบโตเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์แผ่กิ่งก้านสาขา คอยบังแดดบังฝน และให้ร่มเงากับทุกคนในครอบครัว 

การมอบของขวัญให้กันและกัน คือเอกลักษณ์สำคัญของเทศกาลพิเศษนี้ อาจถือได้ว่าเป็น เทศกาลแห่งการให้ เลยทีเดียวก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ของขวัญแก่กันและกัน หรือการส่งคำอวยพร และความปรารถนาดีขอให้คนที่ได้รับมีความสันติสุข และความสงบทางใจ 

มีตำนานพื้นบ้านที่บอกเล่าสืบต่อกันมาช้านาน และสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราว “คริสต์มาสกับการให้ได้ดี คือ ตำนานของ “ซานตาคลอส” หรือ นักบุญนิโคลัส สังฆราชแห่งเมืองไมรา เป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีและใจบุญสุนทาน ชอบช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งของแก่ผู้ยากไร้และคนที่กำลังลำบาก ด้วยความเต็มใจ เปี่ยมไปด้วยเมตตาจิต และไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เรื่องเล่าขานของซานตาคลอส ผู้ใจดี อบอุ่น มีเมตตา ก็ยังคงอยู่ในใจของคนทั่วโลกมิมีเสื่อมคลาย 

หลายคนมีความฝันและความปรารถนาที่อยากให้เป็นจริงในวันนี้ หลายคนบอกว่า วันนี้ได้รับของขวัญชิ้นพิเศษที่คาดไม่ถึงว่าจะได้ เฉกเช่นปาฎิหาริย์ คุณค่าของการได้รับของขวัญชิ้นพิเศษสร้างความทรงจำให้กับผู้รับมิมีวันลืม ความสุขที่เกิดขึ้นจากการได้รับ ย้อนกลับมอบความปีติยินดีให้กับผู้ให้เช่นกัน 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้เขียนได้อ่านหนังสือของ ท่าน ว.วชิรเมธี เรื่อง “เรียนรู้ทุกข์ ได้สุขเป็นกำไร” ข้อความที่ท่านเขียนเกี่ยวกับ ความสุขที่เกิดจากการให้ อ่านแล้วทำให้ได้คิดว่า การที่มอบสิ่งดี ๆ มอบความสุขให้ใครสักคนหนึ่ง ผู้ให้ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้รับด้วยเช่นกัน 

"... การทำความดีมันมีมากเหลือเกิน ทำได้เยอะแยะไปหมด เมื่อเร็ว ๆ นี้ อาตมภาพได้ไปบรรยายที่โรงงานไนกี้ เจ้าของโรงงานเล่าให้อามตภาพฟังว่า ปกติเป็นคนที่ชอบทำบุญสุนทาน แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่มีวันหนึ่งเธอได้ค้นพบว่า มีความสุขที่สูงกว่าที่เธอใช้อยู่ นอกจากการกินอิ่มนอนอุ่น ใช้สินค้าแบรนด์เนม ออกงานสังคม ออกโทรทัศน์มีชื่อเสียงแล้ว เธอเพิ่งค้นพบว่ามีความสุขอีกชนิดหนึ่ง ที่พอมีความสุขแล้วทำให้น้ำตาไหล นั่นคือ 

วันหนึ่งไปเป็นเจ้าภาพบริจาคขาเทียม ขาเทียม ๑ ขาต่อเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ทุกครั้งก็เป็นเจ้าภาพบริจาคแต่ไม่เคยไปมอบด้วยตัวเอง แต่ครั้งนี้บริจาคแล้วไปมอบด้วยตัวเอง เด็ก ๆ ที่มารับขาเทียมเป็นจำนวนมากนั้นเป็นชาวอีสาน มีเด็กคนหนึ่งกระเผลก ๆ มารับขาเทียม เธอมอบให้ด้วยตัวเอง พอเด็กคนนี้ใส่ขาเทียมแล้ววิ่งปร๋อ กระโดดขึ้นกอดคุณแม่เลย แล้วก็บอกว่า "แม่ หนูเดินได้แล้ว" สองคนนั้นกอดกันกลมแล้วร้องไห้ เพราะเด็กได้ขาเทียมเขาวิ่งได้ เหมือนได้ชีวิตใหม่ 

ผู้หญิงคนนี้ยืนดูเหตุการณ์แล้วก็น้ำตาไหลพราก ทำไมน้ำตาไหล เธอบอกว่า "เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทของฉัน ปกติไปทานข้าวมื้อหนึ่งสองสามหมื่นบาท ไปต่างประเทศบางทีหมดไม่รู้กี่แสน แต่หมื่นบาทที่เป็นเจ้าภาพขาเทียมในวันนี้ทำให้เด็กคนหนึ่งถึงกับได้ชีวิตใหม่ สองคนแม่ลูกที่เขาได้ขาเทียม แม่ดีใจ ลูกดีใจ ร้องไห้กอดกันกลม"

เธอยืนดูเหตุการณ์ในวันนั้น แล้วสรุปว่า ถ้าฉันใช้เงินให้เป็นด้วยการทำบุญให้ทาน เงินจำนวนเล็ก ๆ น้อย ๆ ของฉันจะต่อชีวิต จะต่อคุณงามความดีให้กับคนอื่นได้อีกมาก สตรีผู้นี้ยืนปลาบปลื้มดีใจแล้วก็ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นทาง เธอบอกว่าทุกวันนี้นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นก็ยังมีความสุขอยู่เสมอ 

อันนี้ก็คือ การได้ทำคุณงามความดีให้คนอื่น แล้วจิตใจได้สัมผัสกับคุณงามความดี มีความสุขจนเกิด "ปีติ" น้ำตาไหล ทางการแพทย์เรียกว่า สารเอ็นดอร์ฟินมันหลั่งออกมา เป็นสารแห่งความสุข หลั่งจากจิตจากสมองสู่ร่างกาย ทำให้เกิดปีติ ขนลุกซาบซ่า แล้วเราก็มีความสุขเบิกบาน อันนี้ เรียกว่า สุขที่เกิดจากการที่เป็นผู้ให้...”

การให้ที่ท่าน ว.วชิรเมธี เล่านี้เป็นการให้แบบทำทาน เป็นการให้ความช่วยเหลือด้วยการบริจาคทรัพย์สินและสิ่งของ แต่การให้ที่ยังความสุขใจแก่ผู้ให้ ยังมีได้อีกหลากหลายรูปแบบ เมื่อมีคนทุกข๋ใจ มองไม่เห็นทางออกของปัญหา การให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ ชี้แนะแนวทาง ในการแก้ปัญหาที่ประสบ ผู้ให้ก็สุขใจได้ที่ได้ช่วยเหลือและแบ่งเบาความทุกข์ยาก และความวิตกกังวลของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผู้รับคำปรึกษา ก็ได้กำลังใจ ได้พลังในการสู้ชีวิต ได้คลายความเครียดและความวิตกกังวล ได้เพื่อนที่คอยให้คำแนะนำปรึกษา ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว

การให้ความรู้  ถือเป็นวิทยาทาน เช่น การสอนหนังสือให้เด็กผู้ยากไร้และด้อยโอกาส การให้ความรู้เพื่อพัฒนาตนเองและอาชีพแก่ผู้หญิงและเยาวชนที่ขาดโอกาส หรือการให้ความรู้ด้านกฎหมายเพื่อการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพในต่างแดน ก็เป็นการให้เช่นกัน  ความบริสุทธิ์ใจ หวังดีที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่ยังไม่รู้ ผู้ที่เข้าไม่ถึงความรู้ เหมือนการให้ทรัพย์สินที่มีคุณค่า ให้สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพิ่มทักษะความสามารถให้ตนเอง และนำไปใช้แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ 

มหัศจรรย์ของการให้ ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ การทำให้ผู้อื่นมีความสุข มีกำลังใจชีวิตที่ดีขึ้น เป็นความสุขที่แท้จริงที่อยู่ในหัวใจของผู้ให้มิมีเสื่อมคลาย การได้รับรอยยิ้มและคำขอบคุณ เป็นเหมือนของขวัญอันมีค่าให้กับผู้ให้ ทำให้ผู้ให้ได้รับกำลังใจกลับสู่ตัวเอง มีกำลังใจที่จะช่วยเหลือสังคม และเพื่อนมนุษย์ตามกำลังความสามารถไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

การให้ ที่ทำให้ผู้ให้ และผู้รับมีความสุขที่แท้จริง ยังมีอีกมากมายหลายรูปแบบ สำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ เรามาเพิ่มพลังความดีจากการให้ ด้วยการแบ่งปันความรักและความปรารถนาดีแก่คนรอบข้าง ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ให้อภัยอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อความผิดของผู้อื่นที่กระทำต่อเรา ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เพื่อให้สังคมเติบโต และเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับเทศกาลคริสต์มาสอันแสนอบอุ่น และมีความปีติยินดีตลอดปีค่ะ 

 

แหล่งข้อมูล และรูปภาพ

หนังสือเรื่อง “เรียนรู้ทุกข์ ได้สุขเป็นกำไร” หน้า 132-133 เขียนโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

www.familie.de/kind/oekologische-weihnachten  

www.presseportal.de 

 

กลับ

Add a comment