ประวัติวัดพุทธวิหาร

ประวัติการก่อตั้งวัดพุทธวิหาร นครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

นครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กล่าวได้ว่าเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยก็ไม่ผิดนัก เพราะได้มีชาวไทยเดินทางไปประกอบอาชีพต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้มองการณ์ไกลหลายท่านจึงคิดว่า เมื่อคนไทยจากบ้านเกิดเมืองไทยมาอยู่ไกลเช่นนี้ โดยเฉพาะเยาวชนที่เจริญเติบโตในสิ่งแวดล้อมแห่งวัฒนธรรมตะวันตก ย่อมขาดสิ่งอันเป็นที่พึ่งให้ความอบอุ่นทางใจ ความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เฉพาะในด้านความกตัญญูกตเวที และจิตใจเมตตากรุณาที่งดงามนั้น หาได้ยากจากบ้านเมืองฝ่ายตะวันตก และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอิทธิพลทางพระพุทธศาสนา ดังนั้น ความริเริ่มการก่อตั้งวัดไทย ในนครเบอร์ลิน เพื่อลูกหลานอนุชนที่ตามมา จึงก่อตัวเกิดขึ้น

ประวัติความเป็นมา ก่อนที่จะมีการจัดก่อตั้งวัดพุทธวิหาร คณะกลุ่มแม่บ้าน ได้รวมกลุ่มกันสวดมนต์ผลัดเวียนกันตามบ้านของตน บางคราวก็ได้นิมนต์พระจากเมืองไทยมาอบรมเป็นการชั่วคราว ๑ เดือนบ้าง ๓ เดือนบ้าง จนคณะผู้ศรัทธารวมกลุ่มกันแน่นหนา ได้ร่วมกันบริจาคปัจจัยได้จำนวนหนึ่ง โดยมีความดำริที่จะจัดตั้งเป็นวัดไทยขึ้นมาให้สำเร็จ ดังนั้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ รูปธรรมแห่งการก่อตั้งวัดไทย ในนครเบอร์ลิน จึงปรากฎชัดเจนขึ้น เมื่อ คุณบัณฑิต โสติพลาฤทธิ์ อดีตกงสุลใหญ่ ณ นครเบอร์ลิน (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ประจำกระทรวง) ได้รวมกลุ่มพุทธศาสนิกชนชาวไทย จัดตั้งพุทธสมาคมไทยเบอร์ลิน และได้แจ้งจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ของประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๓๔ และท่านให้เกียรติรับตำแหน่งเป็นประธานพุทธสมาคมฯ เป็นท่านแรก และได้มีหนังสือรายงานไปที่ มหาเรสมาคมแห่งคณะสงฆ์ไทย ขอให้จัดส่งพระธรรมทูตไปปฏิบัติศาสนกิจ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนและชาวโลก

ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีการเลือกตั้งประธานพุทธสมาคม ก็ได้คุณชวลิต เกสรสุคนธ์ กงสุลใหญ่ ณ นครเบอร์ลิน ให้เกียรติรับเป็นประธานต่อมา ในราวต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มหาเรสมาคม โดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ประธานคณะกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตฝ่ายต่างประเทศ กรรมการมหาเรสมาคม ได้จัดส่งพระธรรมทูตมาอยู่ปฏิบัติหน้าที่ประจำ ๒ รูป คือ

๑. พระมหาจิตติก์ ญาณชโย น.ธ. เอก ป.ธ. ๓ พธ.บ. วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
๒. พระมหาประเสริฐ เสฏฺฐเมโธ ป.ธ. ๙ วัดราชโอรสาราม เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

ต้นเดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ พุทธสมาคม ได้ทำสัญญาเช่าอาคารแห่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นสานที่ประกอบศาสนกิจชั่วคราว ที่เว็ดดิ่ง Glasgower str. 26 เบอร์ลิน ใช้นามว่า "วัดไทยเบอร์ลิน"

ต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๖ พระมหาจิตติก์ ญาณชโย ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานพุทธสมาคมฯ และได้เซ็นสัญญาเช่าสถานที่แห่งใหม่ชื่อ postdamer str.147, 10783 Berlin เปลี่ยนจากที่เก่า ย้ายมาเป็นสถานที่ชั่วคราวพัฒนาให้ดีขึ้น สะดวกกับญาติโยมที่ไปมา ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ คุณโชติมา เหลืองนภา ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานพุทธสมาคม ในช่วงปลายปีนี้เอง เจ้าของบ้าน frau Charlotte Rover ต้องการขายราคาหนึ่งล้านสองแสนมาร์ค ซึ่งค่อนข้างจะแพงสำหรับบ้าน ๓ ชั้น ที่มีอายุการสร้างเมื่อ ค.ศ. 1936 มีโรงเก็บรถ ๒ ห้อง มีสนามหญ้ากว้างพอประมาณ แต่อยู่ในทำเลหมู่บ้านที่สงบเป็นสัดส่วนไม่พลุกพล่านด้วยการสัญจรไปมา เสียงส่วนใหญ่พอใจสถานที่ แต่หนักใจเรื่องราคา ชลอเวลามาจนถึงต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๘ อันเป็นปีที่คุณจตุพร สงวนชาติศรไกร ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานพุทธสมาคม จึงพร้อมด้วยคณะกรรมการ ขอให้คุณศศิธร นครศรี ผู้เป็นดุจอนาถบิณฑิกเศรษฐีของชาวไทยในเบอร์ลิน ให้ช่วยนำ Gutachter ไปสำรวจตีราคาได้ต่ำกว่าที่เจ้าของบ้านกำหนดไว้

ต่อมาประมาณอีก ๒ เดือน เจ้าของบ้านจึงยินยอมลดราคา พร้อมบ้านและที่ดิน เหลือราคาแปดแสนเก้าหมื่นมาร์ค (๘,๙๐,๐๐๐ มาร์ค) พระมหาประเสริฐ เสฏฺฐเมโธ ประธานสงฆ์ในสมัยนั้น พร้อมด้วยคณะกรรมการพุทธสมาคมฯ และคุณศศิธร นครศรี จึงได้ยื่นเรื่องต่อทนายความและโนท่าร์ Herr Joachim Wronker เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๘ (โดยชำระเงินสดประมาณ สี่แสนมาร์ค ภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๓๘ ส่วนที่เหลือได้ติดต่อกู้ธนาคาร โดยผ่อนชำระเดือนละ ๔,๐๙๙ มาร์ค) และได้ติดต่อทางราชการขออนุญาตจัดตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนา และได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ในวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ และยังใช้ชื่อว่าวัดไทยเบอร์ลินเหมือนเดิม

แต่ต่อมาภายหลังจึงได้เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ว่า "วัดพุทธวิหาร" ส่วนโฉนดที่ดินและบ้านนั้นได้แจ้งจดทะเบียนที่ศาล นครเบอร์ลิน ระบุผู้เป็นเจ้าของคือวัดพุทธวิหาร พุทธสมาคมไทยเบอร์ลิน ซึ่งเป็นของส่วนรวม มิได้เป็นของผู้ใดผู้หนึ่ง หรือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สานที่ตั้งในปัจจุบัน

วันอาทิตย์ที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๘ วัดไทย (วัดพุทธวิหาร) จึงได้ย้ายอย่างเป็นทางการมาตั้งอยู่ที่ Steinkirchener str. 17 13435 Wittenau Berlin ตอนเหนือ เนื้อที่ของวัดพุทธวิหาร เนื้อที่ของวัดพุทธวิหาร นครเบอร์ลิน มีจำนวน ๑,๑๑๐ ตารางเมตร