สาระธรรม

กฐินทานกถา

โดย พระครูปลัดสัมพิพัฒนธุตาจารย์ (สุรชัย) วัดสระเกศ กรุงเทพฯ

การประกอบบุญพิธีในพระพุทธศาสนา มีหลายหลากมากวิธี แต่ที่ชื่นชมนิยมกันมากได้แก่ ทาน ซึืงแปลว่า การเสียสละ การบริจาค การให้ปัน ท่านจัดเป็นเบื้องต้น แห่งการเสริมสร้างไมตรีจิตมิตรภาพ คุณธรรม เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ ช่วยปรุงเสน่ห์ และความรัก ความผูกพัน มิให้จืดจาง ได้แก่ สังคหวัตถุธรรม คือ ทาน ปิจวาจา อัตถจริยา สมานัตตา แปลถอดความเป็นภาษาไทย ว่า โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ทุกคน วางคนเหมาะสม พอดีทั้ง 4 ประการนี้ เริ่มต้นจากทาน คือ โอบอ้อมอารี หรือการเสียลสะ เป็นเบื้องต้น การบำเพ็ญคุณความดี เพื่อนำชีวิตไต่ระดับไปสู่สวรรค์นิพพาน อันเป็นสุขนิรันดร์ ก็ต้องดำเนินปฏิปทา ตามหลักบันได 3 ขั้น ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา ในหลักการนี้ก็จะเห็นว่า มีทานเป็นประธานแห่งการปฏิบัติว่า ถึงผลดีผลเลิศของทาน นับว่ามีผลานิสงส์มาก มีพระบาลีรับรองไว้หลายสถาน เช่น ทานัง สัคคะโสปาณัง ทานเป็นบันไดไปสู่สวรรค์ ทะทัง มิตตานิ คันถะนิ การให้ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ ทะทะมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ดังนี้

อนึ่ง พูดถึงการให้ นับว่ามีมากมายหลายสถาน ยากที่จะพรรณาได้ ครบถ้วนในเวลาอันจำกัด หากจะประมวลโดยหลักแล้ว การให้สามารถประมวลได้ใน 6 ประการ ดังนี้ คือ

  1. ให้เพื่อทำบุญ ได้แก่ ให้เพื่อมุ่งกำจัดมัจฉะริยะ ความตระหนี่ถี่เหนียว อันเป็นมลทินแห่งจิตใจ ให้ออกไปจากจิตใจ เช่น การถวายทานแก่พระสงฆ์ ผู้เป็นเื้นื้อนาบุญของโลก เป็นต้น
  2. ให้เพื่อทำทุน ได้แก่ ให้เพื่อมุ่งสร้างบุญบารมี เพื่อชาติหน้าหรือภพใหม่ ที่ดีงามเป็นทุนหนุนชีวติ
  3. ให้เพื่อทำคุณ ได้แก่ ให้เพื่อให้บุคคลนั้นๆ ระลึกถึงอุปการะ และสมัครเป็นพรรคพวกตน มุ่งแสวงหาบริวารชนเป็นหลัก
  4. ให้เพื่อสนองคุณ ได้แก่ ให้เพื่อมุ่งปฏิการะ กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ เช่น บุตรธิดา ให้แก่บิดามารดา ศิษย์ให้แก่ครูอุปัชฌาย์ ผู้น้อยให้แก่ผู้ใหญ่ ผู้ใต้บังคับบัญชาให้แก่ ผู้บังคับบัญชา เป็นต้น
  5. ให้โดยไม่หวังคุณ ได้แก่ ให้เพื่อมุ่งสงเคราะห์ อนุเคราะห์ ผู้ที่ประสบกับความเดือดร้อนจากทุกข์ต่างๆ เช่น โรคภัยเบียดเบียน อดอยากเพราะแห้งแล้ง ข้าวยากหมายแพง น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือภัยนานาชนิด เข้าไปประคองให้เขาพ้นทุกข์ จิตคิดที่จะให้เขาอยู่ได้ ผู้ให้ก็สบายใจ ไม่ประสงค์ให้ผู้นั้น ต้องมาตอบแทนหรือสนองคุณตน ดุจพี่น้องชาวไทยหลั่งกระแสน้ำใจไปยัง ผู้ที่ประสบอุทกภัยขณะนี้ เป็นการให้ด้วยจิตกรุณา
  6. ให้โดยไม่ต้องลงทุน ได้แก่ การให้ที่ไม่ต้องสูญเสียวัตถุสิ่งของใดๆ เพียงแต่หันมาควบคุมพฤติกรรม ให้้อยู่ในคลองธรรม คอยระวัดระวังกาย วาจาใจของตน มิให้ทุจริตผิดกฎกติกา อันเป็นเหตุให้เบียดเบียนในชิวิต และทรัพย์สินของกันและกัน ชื่อว่ายังโลก และสังคมให้้ร่มเย็นเป็นสุข

รวมความว่า การให้นี้ เป็นสิ่งสำคัญมาก ความเป็นไปของโลก ต้องอาศัยทานเป็นแม่บทแม่แบบในการดำเนินชีวิต

ทรกที่เกิดมาจะรอดพ้นจากภัย และเจริญเติบโตได้ก็ต้องอาศัยการให้ ของผู้ใหญ่มีมารดา บิดา เป็นต้น จะมีสติปัญญา และวิชาชีพ ก็ต้องอาศัยการให้ของครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ที่ประทานศิลปวิทยา ผู้น้อยจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ก็เพราะอาศัยการให้ของผู้หลักผู้ใหญ่ในทุกที่ คนเจ็บไข้ได้ป่วย จะมีพลานามัยและชีวติที่ยืนยาวต่อไป ก็เพราะการให้ของแพทย์พยาบาล ประเทศชาติจะอยู่รอดปลอดภัยพาล ก็เพราะการให้ของเหล่าทหาร สังคมจะดีมีสุขน่าอยู่อาศัย ไร้การเบียดเบียน ก็เพราะการให้ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คือ ตำรวจคอยตรวจตรา ประชาชนจะรู้บาปบุญคุณโทษ รู้ละอายชั่วกลัวบาป ตั้งตนอยู่ในคุณความดี ก็เพราะการให้ของพระสงฆ์ พสกนิกรชาวไทยต่างอยู่สุข เย็นใจ ก็เพราะอาศัยพระกรุณาธิคุณ และพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงประทานน้ำพระเมตตาดุจทิพยธารา ชะโลมพื้นพสุธาให้เยือกเย็น แม้พระพุทธศาสนาก็เช่นกัน ที่เป็นมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะอาศัยผู้มีจิตศรัทธาให้ คือ ให้ด้วยการอุถัมภ์บำรุง ให้ด้วยการสละโอกาสเวลา มาบรรพชาอุปสมบท ศึกษาพระธรรมวินัยไตรสิกขา แล้วพระพฤติปฏิบัติตนอยู่ในคุณธรรมนั้นๆ